Header Ads

ในศึกอภิมหายุทธ "คิง เลโอ แห่งฟ้าขาว" กับ "คิงโม แห่งฟาโรห์" จบลงด้วย "ทัพฟ้าขาว" อาเจนติน่า แซงปาฏิหาริย์ "ฟาโรห์" อียิปต์ 3-2 ในช่วงนาทีบาป 90+2 เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026


ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดี้ยม แอตแลนต้า จอร์เจีย สหรัฐอเมริกา "ทัพฟ้าขาว" อาเจนติน่า ปะทะ "ฟาโรห์" อียิปต์ ในเกมนี้ถือว่าเป็น ศึกอภิมหายุทธ "คิง เลโอ แห่งฟ้าขาว" กับ "คิงโม แห่งฟาโรห์" ลิโอเนล สกาโลนี ปรับทัพ 3 ตำแหน่ง ส่วน ฮอสซัม ฮัสซาน ปรับทัพ 2 ตำแหน่ง
 


เริ่มเกม เป็นแชมป์เก่าทำเกมได้ดีกว่า
แต่กลายเป็นทัพ "ฟาโรห์" ออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ อัตเตีย เปิดจากนอกรอบ เข้าไปให้ อิบราฮิม ขึ้นโหม่งเอาชนะ มาร์ติเนซ เข้าไปในนาทีที่ 15 แต่จากนั้นแค่ 4 นาที ขุนพลฟ้าขาวมาได้จุดโทษ หลัง ทาเกลียฟิโก้ ไปถูก ฮาสซาน ทำฟาวล์ และเป็น "คิงเลโอ" ที่รับหน้าที่ยิงจุดโทษ แต่ถูก โชบีร์ พุ่งเซฟเอาไว้ได้


จากนั้น โชบีร์
ยังเซฟลูกที่ โมลิน่า เปิดมาให้ แม็คอัลลิสเตอร์ โหม่งเอาไว้ได้ ถัดมา เมสซี่ ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายบอลโค้ง ไปชนเสา อาร์เจนตินา ยังไม่ได้ประตูตีเสมอ และแชมป์เก่า พลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ เมื่อ ทาเกลียฟิโก้ คัทแบ็คจากทางซ้ายเข้ากลางมาให้ อัลวาเรซ ยิงแบบไม่จับแต่ โชบีร์ ยังเซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม จบครึ่งแรก "ฟาโรห์" อียิปต์ นำ 1-0 แบบพลิกล็อคเล็ก ๆ


เปิดฉากครึ่งหลัง
พอมาถึงช่วงนาทีที่ 58 ฮาสซาน ได้บอลเลาะมาริมเส้นก่อนจ่ายให้ "คิงโม" ป้ายต่อให้ ซิโก้ ยิงเข้าไป แต่ไม่ได้ประตูเพราะ VAR เช็กว่ามีการฟาวล์ของ อัตเตีย ใส่ มาร์ติเนซ ไปก่อนแล้ว จากนั้นกองเชียร์ฟ้าขาวช็อคทั้งสนาม เมื่อ "คิงโม" พาบอลมาจากแดนตัวเอง ก่อนจ่ายให้ ฮาสซาน ก่อนตบเข้ากลางมาให้ ซิโก้ ยิงแบบไม่จับเข้าไป อียิปต์หนีเป็น 2-0

"ฟาโรห์" อียิปต์ ยังโต้กลับได้เสียวต่อเนื่อง เทรเซเก้ต์ ตัวสำรองได้หลุดมาทางซ้าย หวังยิงยัดเพื่อทำประตูที่ 3 แต่ลูกเข้าข้างตาข่ายเท่านั้น ทำนบกั้น "ฟาโรห์" อียิปต์ ทลาย "คิงเลโอ" เปิดจากทางฝั่งขวาให้ โรเมโร่ โหม่งเข้าไปในนาทีที่ 79


ช่วง 10 นาทีสุดท้าย
ทัพฟ้าขาวยังไม่ได้ประตูตีเสมอ เมสซี่ ลุยมาสุดเส้นก่อนเปิดให้ เลาตาโร่ ตัวสำรองโหม่งข้ามคานหวุดหวิดในนาทีที่ 82 จากนั้นแค่ 2 นาที่ กองเชียร์ฟ้าขาวเฮลั่น จากจังหวะที่ มาร์ติเนซ ส่งบอลกลับมาหน้าประตู บอลมาที่ กอนซาโล่ จากนั้นมาถึง "คิงเลโอ" เลโอเนล เมสซี่ ฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยซ้าย เข้าไปและถือเป็นประตูที่ 8 ในฟุตบอลโลก 2026 ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวเดี่ยว


นาทีบาปแผลงฤทธิ์
และสนามแทบแตก 90+2 ขุนพลฟ้าขาว อาร์เจนตินา แซงนำ 3-2 จากจังหวะโต้กลับ บอลมาที่ เลาตาโล่ เปิดจากทางขวามาให้ เอ็นโซ่ โหม่งเสียบหน้าต่างเข้าไป ช่วงทดเจ็บ อียิปต์ พยายามบุกหวังประตูตีเสมอต่อเวลาแต่ทำไม่สำเร็จ จบเกมแชมป์เก่า "ฟ้าขาว" อาเจนติน่า ชนะ "ฟาโรห์" อียิปต์ 3-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปรอพบผู้ชนะระหว่าง สวิตเซอร์แลนด์ หรือ โคลอมเบีย ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม


จากการทประตูของ "คิงเลโอ" เลโอเนล เมสซี่ ในวันนี้
เป็นประตูที่ 8 ในฟุตบอลโลก 2026 ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวเดี่ยว เป็นประตูที่ 21 ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้มากที่สุดถึง 6 สมัย (2006-2026) รวมทั้งการทำสถิติลงเล่นมากกว่า 34 นัด และยังก้าวเข้ารอบไปเพื่อทำสถิติการยิงสูงสุดในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่ตอนนี้ถือว่าเป็นคนที่ยิงประตูสูงสุด


สถิติในเกม

   - นาทีที่ 15 0-1 อิบราฮิม
   - นาทีที่ 67 0-2 ซิโก้
   - นาทีที่ 79 1-2 โรเมโร่
   - นาทีที่ 84 2-2 เมสซี่
   - นาทีที่ 90+2 3-2 เอ็นโซ๋

โปรแกรมนัดถัดไป รอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมป์เก่า "ขุนพลฟ้าขาว" อาเจนติน่า พบกับ ผู้ชนะระหว่าง "ขุนพลนาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ หรือ "ทีมโคเคน" โคลอมเบีย ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569

No comments

Powered by Blogger.