มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รับมอบเงินบริจาค 50 ล้านบาทจาก ไครโอวิวา (ประเทศไทย) และบริษัท รีไววา เซลล์ (ประเทศไทย) ผนึกภาครัฐ-เอกชน เพิ่มขีดความสามารถการผลิตเซลล์บำบัดของไทยตามมาตรฐานสากล
บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท รีไววา เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าบทบาทภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทย มอบเงินบริจาคจำนวน 50 ล้านบาท เข้ากองทุน “วิจัยและพัฒนาเพื่อการแพทย์แห่งอนาคต” มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง หรือ Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs) เพื่อรากฐานที่มั่นคงทางการแพทย์ และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Cellular Drug แห่งภูมิภาค
การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ผู้ร่วมสนับสนุนการก่อตั้ง บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ทั้ง 2 ท่าน คือ นายอาลก โลเฮีย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ นายราวี ไจปุเรีย ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ RJ Corp ประเทศอินเดีย ซึ่งเล็งเห็นศักยภาพของสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด (Cell Therapy) ในฐานะนวัตกรรมสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการแพทย์แห่งอนาคตจึงก่อตั้ง บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ในปี พ.ศ. 2550 เพื่อยกระดับองค์ความรู้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บและพัฒนาเซลล์ สู่มาตรฐานระดับสากล
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ถนอม บรรณประเสริฐ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานกองทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อการแพทย์แห่งอนาคต กล่าวว่า “ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีงานวิจัยด้านเซลล์บำบัดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่มีไม่มากที่เดินทางไปถึงผู้ป่วยได้จริง สิ่งที่ขวางอยู่ที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพราะสิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือเซลล์ที่มีชีวิต การนำไปใช้กับผู้ป่วยอย่างปลอดภัยต้องผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP PIC/S มีระบบคุณภาพที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ หากประเทศไทยมีสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐานเพียงแห่งเดียว นั่นไม่ใช่ความสำเร็จ แต่คือความเปราะบาง เราจึงไม่ได้ผลิตแทน แต่เราทำให้ภาคเอกชนผลิตเองได้”
รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงเปลี่ยนบทบาทของโรงเรียนแพทย์ เพราะสิ่งที่เราเรียกว่ายาในกรณีนี้คือเซลล์ที่มีชีวิต ที่ต้องผลิตให้ทันเวลาที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ โรงเรียนแพทย์จึงต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยต้องทำมาก่อน คือต้องผลิตยาได้เองภายใต้มาตรฐานเดียวกับที่อุตสาหกรรมยาถูกกำกับดูแล และงานนี้เริ่มต้นที่คน หน้าที่ของคณะฯ จึงมากกว่าการหาคนมาทำงาน แต่คือการสร้างเส้นทางการศึกษาและการฝึกอบรมที่ทำให้ประเทศไทยผลิตคนเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง”
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงหนึ่งรายการ ต้องใช้ทั้งแพทย์ วิศวกร เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ และนักกฎหมาย และต้องใช้พร้อมกัน จุดแข็งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือคนเหล่านี้อยู่ในรั้วเดียวกันอยู่แล้ว หน้าที่ของมหาวิทยาลัยจึงคือการทำให้การทำงานข้ามศาสตร์เป็นเรื่องปกติ จุฬาฯ ถือว่าการแพทย์แห่งอนาคตเป็นวาระของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่วาระของคณะใดคณะหนึ่ง”
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “คนไทยบริจาคเพื่อโรงพยาบาลและเพื่อผู้ป่วยมาโดยตลอด แต่การให้เพื่อการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนส่งเสริมการศึกษาละพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นการให้ที่ยากกว่า เพราะผู้ให้จะไม่ได้เห็นผลในเร็ววัน การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการให้ในลักษณะที่ประเทศไทยยังต้องการอีกมาก สภามหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ และจะดูแลให้เป็นนโยบายที่ต่อเนื่อง เพราะงานลักษณะนี้ใช้เวลายาวนานกว่าวาระของผู้บริหารชุดใดชุดหนึ่ง”
นางจิรัญญา ประชาเสรี ประธานกรรมการบริหารภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะ Healthspan Curator ไครโอวิวาทำหน้าที่เชื่อมโยงและผลักดันนวัตกรรมสุขภาพที่มีมาตรฐานและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ที่ผ่านมาการแพทย์อาจวัดความสำเร็จที่อายุขัย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมีช่วงชีวิตที่สุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ นวัตกรรมด้านเซลล์บำบัดและการแพทย์ขั้นสูงจึงมีศักยภาพที่จะเป็นกุญแจสำคัญของการเพิ่ม Healthspan โดยไม่เพียงมุ่งรักษาโรค แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดแนวทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟู ซ่อมแซม และรักษาการทำงานของร่างกาย การสนับสนุนครั้งนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่างานวิจัยคือรากฐานของนวัตกรรมทางการแพทย์”
การมอบทุน 50 ล้านบาทครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของไครโอวิวาและรีไววาในการมีส่วนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมการแพทย์ของประเทศไทย โดยมองว่าการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้นวัตกรรมด้านเซลล์และการแพทย์ขั้นสูงสามารถก้าวจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงได้ หนึ่งในความท้าทายสำคัญของ ATMPs คือการผลิตให้ได้มาตรฐานระดับสากล การที่เรามีศูนย์ความเป็นเลิศฯ ที่ได้รับมาตรฐาน GMP PIC/S ภายในประเทศ จะช่วยเพิ่มศักยภาพนักวิจัยไทย ลดข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุนจากการส่งงานไปผลิตในต่างประเทศด้วยความเชื่อมั่นว่า ‘งานวิจัยคือรากฐานของนวัตกรรมทางการแพทย์’
การสนับสนุน มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ในครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดความมุ่งหมายในการส่”เสริ’การวิจัยและพัฒนาด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด เพื่อให้องค์ความรู้และนวัตกรรมสามารถนำไปสร้างประโยชน์ต่อผู้ป่วย ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และเสริมศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
_0.jpg)
_0.jpg)
_0.jpg)
_0.jpg)

No comments